ปลุกรัฐรับเออีซีจี้คลอดพ.ร.บ.ธุรกิจรถเช่า
สมาคมรถเช่าไทยแนะรัฐหาแนวทางรับมือเออีซี ระบุไทยได้เปรียบเพราะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและการกระจายของนักท่องเที่ยวแต่ยังขาดมาตรการรองรับ พร้อมวอนให้เคาะพ.ร.บ.สภาธุรกิจรถยนต์เช่าเพื่อจัดระเบียบ
นายนที วรรธนะโกวินท์ นายกสมาคมรถเช่าไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัทแจแปน เร้นท์ ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในปี 2558 ที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economic Community)ซึ่งผู้ประกอบการในธุรกิจรถเช่าหลายแห่งมีการตื่นตัวและเตรียมแผนงานรองรับ ดังจะเห็นจากการเข้าไปขยายสาขาตามหัวเมืองใหญ่ๆทั่วทุกภาค อย่างไรก็ตามแม้ผู้ประกอบการจะมีการตื่นตัวแต่ในส่วนของรัฐยังไม่มีมาตรการออกมารองรับ กล่าวคือมาตรการที่สามารถขับรถเช่าข้ามประเทศในกลุ่มเออีซี
"สมาคมรถเช่าไทยพยายามผลักดันเรื่องการขับข้ามประเทศให้กับภาครัฐ เนื่องจากอนาคตธุรกิจการท่องเที่ยว หรือการสัญจรไปมายังประเทศต่างๆจะเกิดขึ้น และเราต้องการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังจุดต่างๆให้มากที่สุด เพราะหากทำได้ก็จะเป็นการนำเม็ดเงินไหลเข้ามาในประเทศ แต่ปัจจุบันเรายังไม่มีแนวทางหรือมาตรการในการจะเอื้อให้สามารถขับรถเช่าเข้าไปยังประเทศต่างๆได้อย่างชัดเจน"
นายนที กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับเออีซีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งส่วนที่พยายามผลักดันก็คือพ.ร.บ.สภาธุรกิจรถยนต์เช่า ที่ได้นำเสนอให้กับภาครัฐมาตลอด1-2ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากสำเร็จก็จะเป็นการจัดระเบียบรถเช่าที่มีอยู่ให้มีความถูกต้อง และเป็นการป้องกันการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ
"ตลาดรถเช่ามันโตขึ้นเรื่อยๆและอนาคตก็จะมีเออีซีแต่เรายังไม่มีกฎหมายควบคุมจำนวนรถเช่า ซึ่งในฐานะที่เป็นนายกสมาคมมองว่ากฎดังกล่าวจะช่วยให้ธุรกิจรถเช่ามีความโปร่งใส และรู้ที่มาที่ไปของรถแต่ละคันว่ามาจากไหน เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ มีการรับประกัน รวมไปถึงป้องกันอาชญากรรม เพราะที่ผ่านมารถเช่าถูกเช่าไปทำในสิ่งที่ผิดหลายครั้ง"
ปัจจุบันตลาดรถเช่าในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าตลาดกว่าหมื่นล้าน และมีจำนวนรถเช่ามากกว่า 1 แสนคัน โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นรถเช่าที่มาจากบริษัทใหญ่ๆและอีกครึ่งหนึ่งก็มาจากรถเช่าจากผู้ประกอบการทั่วไปที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ และเมื่อแบ่งสัดส่วนของตลาดรถเช่าจะพบว่าตลาดรถเช่าระยะสั้นประมาณ 60% และระยะยาว 40% ซึ่งแนวโน้มของตลาดระยะสั้นจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของการท่องเที่ยว ประกอบกับกระแสของการเปิดเออีซีก็เป็นแรงหนุนให้ตลาดดังกล่าวเติบโต
ขณะที่ภาพรวมของตลาดรถเช่าในปี 2556 มีแนวโน้มเติบโต 8-10% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่เติบโตประมาณ 5-7% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากเศรษฐกิจในประเทศที่ดี - การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะกระทบกับภาคธุรกิจนี้ ก็ขึ้นอยู่กับภาพเศรษฐกิจ-การเมือง หรือภัยธรรมชาติ
"ในช่วงครึ่งปีแรกตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคมนี้ สมาคมรถเช่าไทยได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการสนับสนุนแคมเปญโครงการขับรถเที่ยวให้สนุก แวะเติมความสุขให้ทั่วไทย ปี 2556 ขึ้นเหนือ ล่องใต้ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีการนำเสนอเป็นแพ็กเกจพิเศษโรงแรมที่พัก-รถเช่าในจังหวัดใหญ่เช่น เชียงใหม่-ภูเก็ต และกระบี่"
นายนที กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการดำเนินงานของบริษัทแจแปน เร้นท์ฯ ซึ่งเป็นการให้บริการรถเช่าระยะยาวนั้น ในปีนี้จะมีการลงทุนด้านรถใหม่อีก 10% จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 1 พันคัน ซึ่งในส่วนนี้จะเพิ่มสัดส่วนของรถที่เป็นพลังงานทางเลือกมากขึ้นเป็น 30% จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 10-20% นอกจากนั้นแล้วจะเพิ่มจำนวนพนักงานคนขับรถ และในช่วงกรกฎาคม-สิหาคมก็จะมีการพัฒนาและมีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้น
"บริษัทของเรามีจุดเด่นคือให้บริการทั้งรถและคนขับ ดังนั้นจึงต้องมีการอบรม-เรียนรู้การขับขี่ให้มีมาตรฐานสูงสุด และในปีนี้เราก็จะเพิ่มจำนวนคนขับให้มากขึ้น เนื่องจากได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนแนวทางการตลาดอื่นๆนั้น เราจะเน้นการบอกต่อ ปากต่อปากของลูกค้า และจะไม่เน้นกลยุทธ์ทางด้านราคามาแข่งขัน"
นายนที วรรธนะโกวินท์ นายกสมาคมรถเช่าไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัทแจแปน เร้นท์ ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในปี 2558 ที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economic Community)ซึ่งผู้ประกอบการในธุรกิจรถเช่าหลายแห่งมีการตื่นตัวและเตรียมแผนงานรองรับ ดังจะเห็นจากการเข้าไปขยายสาขาตามหัวเมืองใหญ่ๆทั่วทุกภาค อย่างไรก็ตามแม้ผู้ประกอบการจะมีการตื่นตัวแต่ในส่วนของรัฐยังไม่มีมาตรการออกมารองรับ กล่าวคือมาตรการที่สามารถขับรถเช่าข้ามประเทศในกลุ่มเออีซี
"สมาคมรถเช่าไทยพยายามผลักดันเรื่องการขับข้ามประเทศให้กับภาครัฐ เนื่องจากอนาคตธุรกิจการท่องเที่ยว หรือการสัญจรไปมายังประเทศต่างๆจะเกิดขึ้น และเราต้องการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังจุดต่างๆให้มากที่สุด เพราะหากทำได้ก็จะเป็นการนำเม็ดเงินไหลเข้ามาในประเทศ แต่ปัจจุบันเรายังไม่มีแนวทางหรือมาตรการในการจะเอื้อให้สามารถขับรถเช่าเข้าไปยังประเทศต่างๆได้อย่างชัดเจน"
นายนที กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับเออีซีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งส่วนที่พยายามผลักดันก็คือพ.ร.บ.สภาธุรกิจรถยนต์เช่า ที่ได้นำเสนอให้กับภาครัฐมาตลอด1-2ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากสำเร็จก็จะเป็นการจัดระเบียบรถเช่าที่มีอยู่ให้มีความถูกต้อง และเป็นการป้องกันการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ
"ตลาดรถเช่ามันโตขึ้นเรื่อยๆและอนาคตก็จะมีเออีซีแต่เรายังไม่มีกฎหมายควบคุมจำนวนรถเช่า ซึ่งในฐานะที่เป็นนายกสมาคมมองว่ากฎดังกล่าวจะช่วยให้ธุรกิจรถเช่ามีความโปร่งใส และรู้ที่มาที่ไปของรถแต่ละคันว่ามาจากไหน เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ มีการรับประกัน รวมไปถึงป้องกันอาชญากรรม เพราะที่ผ่านมารถเช่าถูกเช่าไปทำในสิ่งที่ผิดหลายครั้ง"
ปัจจุบันตลาดรถเช่าในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าตลาดกว่าหมื่นล้าน และมีจำนวนรถเช่ามากกว่า 1 แสนคัน โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นรถเช่าที่มาจากบริษัทใหญ่ๆและอีกครึ่งหนึ่งก็มาจากรถเช่าจากผู้ประกอบการทั่วไปที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ และเมื่อแบ่งสัดส่วนของตลาดรถเช่าจะพบว่าตลาดรถเช่าระยะสั้นประมาณ 60% และระยะยาว 40% ซึ่งแนวโน้มของตลาดระยะสั้นจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของการท่องเที่ยว ประกอบกับกระแสของการเปิดเออีซีก็เป็นแรงหนุนให้ตลาดดังกล่าวเติบโต
ขณะที่ภาพรวมของตลาดรถเช่าในปี 2556 มีแนวโน้มเติบโต 8-10% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่เติบโตประมาณ 5-7% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากเศรษฐกิจในประเทศที่ดี - การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะกระทบกับภาคธุรกิจนี้ ก็ขึ้นอยู่กับภาพเศรษฐกิจ-การเมือง หรือภัยธรรมชาติ
"ในช่วงครึ่งปีแรกตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคมนี้ สมาคมรถเช่าไทยได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการสนับสนุนแคมเปญโครงการขับรถเที่ยวให้สนุก แวะเติมความสุขให้ทั่วไทย ปี 2556 ขึ้นเหนือ ล่องใต้ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีการนำเสนอเป็นแพ็กเกจพิเศษโรงแรมที่พัก-รถเช่าในจังหวัดใหญ่เช่น เชียงใหม่-ภูเก็ต และกระบี่"
นายนที กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการดำเนินงานของบริษัทแจแปน เร้นท์ฯ ซึ่งเป็นการให้บริการรถเช่าระยะยาวนั้น ในปีนี้จะมีการลงทุนด้านรถใหม่อีก 10% จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 1 พันคัน ซึ่งในส่วนนี้จะเพิ่มสัดส่วนของรถที่เป็นพลังงานทางเลือกมากขึ้นเป็น 30% จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 10-20% นอกจากนั้นแล้วจะเพิ่มจำนวนพนักงานคนขับรถ และในช่วงกรกฎาคม-สิหาคมก็จะมีการพัฒนาและมีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้น
"บริษัทของเรามีจุดเด่นคือให้บริการทั้งรถและคนขับ ดังนั้นจึงต้องมีการอบรม-เรียนรู้การขับขี่ให้มีมาตรฐานสูงสุด และในปีนี้เราก็จะเพิ่มจำนวนคนขับให้มากขึ้น เนื่องจากได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนแนวทางการตลาดอื่นๆนั้น เราจะเน้นการบอกต่อ ปากต่อปากของลูกค้า และจะไม่เน้นกลยุทธ์ทางด้านราคามาแข่งขัน"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,822
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม พ.ศ. 2556
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม พ.ศ. 2556
ที่มา : thanonline.com
กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
รถเช่า, เช่ารถ,rent a car Bangkok,rent a car Thailand, รถยนต์เช่า, เช่ารถยนต์, รถเช่ารายปี, รถเช่ารายวัน, บริการรถเช่ารายวัน, บริการรถเช่า, บริการเช่ารถ, รถเช่ากรุงเทพ, เช่ารถกรุงเทพ, รถเช่าขับเอง, เช่ารถขับเอง, รถยนต์ให้เช่า, กรุงไทยคาร์เร้นท์, carrent, carrental, krungthai, carrent bangkok, carrent thailand, thailand thai bangkok car rental rent hire lease, car rental thailand, auto hire, auto leasing, car hire, car lease, car rent , car rental, operating lease, kcar, bangkok, thai, thailand